วันเสาร์ 06 มิถุนายน 2020

สนามกีฬากลาง จ.พิจิตร หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ พิจิตร สเตเดี้ยม ได้ใช้งานได้เพียง 2 ปีเท่านั้น ก่อนจะกลายเป็นสโมสรสุดท้ายที่ใช้งานสเตเดี้ยมแห่งนี้

“พิจิตร สเตเดี้ยม” สังเวียนชาละวัน

สนามกีฬากลาง จ.พิจิตร หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ พิจิตร สเตเดี้ยม ได้ใช้งานได้เพียง 2 ปีเท่านั้น ก่อนจะกลายเป็นสโมสรสุดท้ายที่ใช้งานสเตเดี้ยมแห่งนี้

สนามจากแดนชาละวันถือเป็นสนามที่ได้รับมาตรฐานระดับไทยลีก มีอัฒจันทร์ครบทั้ง 4 ด้าน สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม แต่ไม่มีทีมมาใช้งาน ณ ที่แห่งนี้ เราจึงอดเห็นบรรยากาศที่สวยงามและคึกคักในสนามแห่งนี้ไปโดยปริยาย

พิจิตร สเตเดี้ยม ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่จนมีความสวยงามอย่างที่เห็นสมัย แถมมีความจุ 15,000 คน และที่สำคัญได้รับการยกย่องว่าเป็นสนามที่มีพื้นหญ้าดีที่สุดของภาคเหนืออีกด้วย แน่นอนสนามแห่งนี้ได้ปรับปรุงส่วนต่างๆ ภายในสนามได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2548 โดยทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ถ่ายโอนมาให้ อบจ.พิจิตร เข้ามาดูแล ทำให้ทางจังหวัดสามารถพัฒนาสนามได้อย่างเต็มตัวจากเมื่อก่อนบริเวณรอบแถวนี้เป็นแต่ป่าหญ้ารกร้าง จนปัจจุบันเป็นแหล่งที่ออกกำลังกายของชาวบ้านไปด้วย เรียกว่า ได้ประโยชน์ควบคู่กัน

ที่สำคัญยังมีมาตรฐาน มีความปลอดภัยสามารถดูแลได้ทั้ง กรรมการ นักเตะ และกองเชียร์ทั้งสองฝ่าย รวมไปถึง บริเวณลานจอดรถที่อำนวยความสะดวกได้ครอบคลุม บนอัฒจันทร์มีรั้วรอบขอบชิตมีความปลอดภัย ซึ่งแฟนบอลอันธพาลบางกลุ่มไม่สามารถลงมาได้สะดวกอย่างแน่นอน ไฟสปอตไลต์มี 600 ลักซ์ แถมสกอร์บอร์ดขนาดใหญ่ 4×6 เมตร ผู้คนในสนามมองเห็นชัดเจนรอบด้าน

ด้านหญ้าสนามนับว่าดีที่สุดของภาคเหนือ มีเจ้าหน้าที่ดูแลรดน้ำทุกวันเพื่อความพร้อมสำหรับการแข่งขันทุกแมตช์ ยังมีกล้องซีซีทีวีอีกประมาณ 14 ตัวคอยจับบริเวณโดยรอบ หลังคาล้อมรอบสนาม นอกจากนี้ยังมีสนามโพธิ์ประทับช้างอีกแห่ง ซึ่งนับว่ามาตรฐานไม่แตกต่างกันมากนัก เอาไว้ฝึกซ้อมให้นักเตะกรณีต้องเตรียมสนามพิจิตร สเตเดี้ยมในวันแข่ง

ต้องบอกว่าสนามแห่งนี้เปรียบเสมือนโรงละคร หากผู้ชมเข้ามาดูการแข่งขันฟุตบอลก็เหมือนกับมาดูละครเรื่องหนึ่ง ถ้าดูแล้วนักเตะเล่นกันสนุกประทับใจแฟนบอล ในแมตช์การแข่งขันนัดต่อๆ ทว่าเวลานี้ สนามแห่งนี้กำลังจะเป็นสนามที่กำลังจะถูกลืม แฟนบอลชาวพิจิตรคงหวังเป็นอย่างยิ่ง