วันพฤหัสบดี 26 พฤศจิกายน 2020

วิเคราะห์บอล ศึกฟุตบอลเอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อาร์เซน่อล vs ลิเวอร์พูล

วิเคราะห์บอล ศึกฟุตบอล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2020 

ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ปะทะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

คืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม เวลา 22.30

ที่สนาม เวมบลีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

 

“ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เจ้าของแชมป์เอฟเอ คัพ  ภายใต้การนำทัพของกุนซือหนุ่มไฟแรง มิเกล อาร์เตต้า โดยผลงานในรอบชิงชนะเลิศพวกเขาสามารถคว่ำ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี อริร่วมเมืองมาได้ 2-1 ทำให้พวกเขามีถ้วยเอฟเอ คัพ ประดับตู้โชว์ของสโมสรเป็นใบที่ 14 เข้าไปแล้ว ด้านผลงานในลีกฤดูกาลที่ผ่านมาทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักจบลงที่อันดับ 8 ของตารางคะแนน อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังมีโอกาสได้ไปแสดงฝีเท้าบนเวทียุโรปถ้วยเล็กจากการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ในเกมปิดท้ายฤดูกาล สำหรับการเสริมทีมในช่วงตลาดซัมเมอร์จนถึงเวลานี้ ทัพปืนโตสามารถคว้าลายเซ็นของ วิลเลี่ยน ตัวรุกมากประสบการณ์จาก เชลซี ได้สำเร็จ และได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าได้ใช้ออฟชั่นซื้อขาด ปาโบล มารี กองหลังที่ยืมมาจาก ฟลาเมงโก้ รวมถึงเซ็นสัญญาถาวรกับ เซดริก โซอาเรส ที่ยืมตัวมาก่อนหน้านี้ นอกเหนือจากนี้ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติมมากนัก ผู้เล่นตัวหลักยังอยู่กันพร้อมหน้า ด้านความพร้อมของทีมล่าสุด พวกเขามีรายชื่อนักเตะที่บาดเจ็บไม่สามารถลงสนามช่วยทีมได้แน่นอน 4 รายคือ ชโคดราน มุสตาฟี่, กาเบรียล มาร์ติเนลลี และสองแข้งเจ้าปัญหาอย่าง มัตเตโอ เกนดูซี่ กับ เมซุต โอซิล โดยในเกมอุ่นเครื่องนัดเดียวที่พวกเค้าลงเล่น ทางเดอะ กันเนอร์สบุกถล่ม เอ็มเค ดอนส์ ไป 4-1

 

 “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีก ภายใต้การนำทัพของผู้จัดการทีมพลังล้น เจอร์เก้น คล็อปป์ ฤดูกาลที่ผ่านมาทำผลงานได้อย่างสุดยอดสามารถเก็บมาได้ถึง 99 คะแนน จากการลงสนาม 38 เกม โดยเป็นการเก็บชัยชนะ 32 เสมอ 3 และแพ้ 3 พาทีมปลดแอกคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศได้เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนจะลงฟาดแข้งในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ หงส์แดง ได้คว้าตัว คอสตาส ซิมิคาส แบ็คซ้ายทีมชาติกรีซ วัย 24 ปี มาจากสโมสรโอลิมเปียกอส เพียงรายเดียวเท่านั้นในเวลานี้ และได้ปล่อย 2 นักเตะที่อยู่กับทีมมานานออกไปคือ เดยัน ลอฟเรน ที่ย้ายไปร่วมทีม เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก และ อดัม ลัลลานา ย้ายไปร่วมทีม “นกนางนวล ไบรท์ตัน แอนด์ ฮอฟ อัลเบียน ด้านความพร้อมของทีมก่อนจะลงสนามเกมนี้ได้รับข่าวดี คือจะได้กัปตันทีมคนเก่งอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กลับคืนสู่ทีม รวมถึง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ปราการหลังคนเก่งที่คิ้วแตกมาในเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุดนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรมากนัก จะขาดก็แต่เพียง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่ไปบาดเจ็บเข่าจากในสนามซ้อมเพียงแค่รายเดียวเท่านั้น สำหรับเกมอุ่นเครื่อง ทางยอดทีมจากเมอร์ซี่ย์ไซด์ ลงเล่นไปสองนัด โดยเอาชนะ “ม้าขาว” สตุ๊ตการ์ต น้องใหม่ของบุนเดสลีกา เยอรมัน ไป 3-0 ต่อด้วยการตามตีเสมอ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก แชมป์ลีกออสเตรีย แบบตาลีตาเหลือก 2-2

 

          วิเคราะห์ก่อนเกม

แม้เกมนัดล่าสุดที่เพิ่งพบกันไป ทางยอดทีมจากลอนดอนจะเอาชนะไปได้ 2-1 แต่ก็ต้องบอกว่ารูปเกมนั้นเป็นรองทางแชมป์พรีเมียร์ลีกโดยสิ้นเชิง แถมสองประตูที่ได้ก็มาจากข้อผิดพลาดส่วนบุคคลของคู่แข่งเท่านั้น ด้วยศัยภาพของทีมและระบบการเล่น ไม่ต้องสงสัยว่าเวลานี้ทาง หงส์แดง ดูจะเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ฝั่ง ปืนใหญ่ ที่ได้นายใหญ่คนใหม่มาคุมทัพกลางฤดูกาลยังต้องใช้เวลาปรับตัวเข้ากับแท็กติกใหม่ ทำให้ผลงานยังคงลุ่มๆ ดอนๆ ในช่วงท้าย อย่างไรก็ตามทางแชมป์เอฟเอ คัพ ก็ไม่ได้ปิดประตูแพ้เสียแต่ทีเดียว เมื่อช่วงท้ายฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาเคยโชว์ให้เห็นแล้วว่าหาก หงส์แดง เล่นแบบติดประมาทก็มีสิทธิ์น้ำตาร่วงได้เหมือนกัน ยิ่งเกมนี้ลงเล่นในสังเวียนเวมบลีย์ ที่ดูจะถูกโฉลกกับพลพรรคปืนโตเหลือเกินทำให้อะไรก็เกิดขึ้นได้ โดยรูปเกมเชื่อว่าจะเป็นทีมดังจากย่านเมอร์ซี่ย์ไซด์ที่บุกเข้าใส่ซะเป็นส่วนใหญ่ ส่วนทางทีมจากย่านลอนดอนเหนือในยุคของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า กลายเป็นทีมที่เล่นเกมตั้งรับสวนกลับเร็วได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้เกมใหญ่ๆ พักหลัง พวกเขามักจะทำได้ดีเป็นพิเศษ เนื่องจากสามารถใช้ประโยชน์จากบรรดาตัวรุกความเร็วสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด บอลคู่นี้ค่อนข้างสูสี เชื่อว่าหากฝั่งไหนยิงประตูออกนำได้ก่อนก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นฝ่ายกรำชัย บทสรุปเชื่อว่าโอกาสจะเสมอกันแล้วไปดวลจุดโทษหาผู้ชนะมีสิทธิ์จะเป็นไปได้มากที่สุด

 

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

อาร์เซน่อล (4-2-3-1) :

เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ (GK) – ร็อบ โฮลดิ้งเอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์สดาวิด ลุยซ์คีแรน เทียร์นี่ย์ – ดานี่ เซบายอสกรานิต ชาก้า – ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็องนิโคลัส เปเป้วิลเลี่ยน – อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์

 

ลิเวอร์พูล (4-3-3) :

อลิสซอน (GK) – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์โจ โกเมซเวอร์จิล ฟาน ไดจ์คแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุมฟาบินโญ่นาบี เกอิต้า – โมฮาเหม็ด ซาลาห์โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ซาดิโอ มาเน่