วันศุกร์ 22 พฤศจิกายน 2019

ชัยชนะ 8 นัดรวด กับฟอร์มแรงของหงส์แดง

โดยที่ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะ 8 นัดรวดติดต่อกันในฤดูกาลนี้ เทียบเท่าสถิติของสโมสรในปี 1990 -​ 91

โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ทุกทีมแข่งเสร็จสิ้นกันไปแล้ว 8 นัด ลิเวอร์พูลจ่าฝูง สามารถเอาชนะเลสเตอร์ซิตี้ไปได้ 2-​1 และยังคงนำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยในรูปเกมที่ดูไม่เพอร์เฟคสักเท่าไร เราพบเจอกับเกมที่ยากและหนักหน่วงมาก แต่ด้วยโชคชะตากำหนดมาในช่วงวินาทีสุดท้าย เราสามารถประคับประคองสามแต้มในบ้านได้

โดยที่ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะ 8 นัดรวดติดต่อกันในฤดูกาลนี้ เทียบเท่าสถิติของสโมสรในปี 1990 -​ 91 และสามารถเก็บชัยชนะติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกตั้งแต่ท้ายฤดูกาลที่แล้วจนถึงฤดูกาลนี้ที่เก็บชัยชนะได้ถึง 17 นัดรวดติดต่อกันในลีก (โดยสถิติสูงสุดเป็นของแมนซิตี้ที่ชนะติดต่อกัน 18นัด)​ อีกเพียงนัดเดียวเท่านั้นถ้าลิเวอร์พูลชนะก็จะเทียบเท่าสถิติของแมนซิตี้ได้…. นั่นก็เป็นเรื่องของสถิติค่ะ

กับคืนวันเสาร์ก่อนลงสนาม ลิเวอร์พูลมีคะแนนนำแมนซิตี้อยู่ 5 คะแนน หลังจากลงสนามพบกับเลสเตอร์ซิตี้ ลิเวอร์พูลสามารถเก็บชัยชนะในบ้านได้ นั่น.. ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างจ่าฝูงกับอันดับสองเป็น 8 คะแนน ซึ่งในคืนวันอาทิตย์ขณะที่แมนซิตี้ลงสนามแข่งขันกับวูฟแฮมป์ตันนั้น ก็ยังคิดในมุมที่แย่ที่สุดแหละ ก็คือแมนซิตี้คงเสมอในบ้าน แต่ต้องร้องเฮ้ย…มันเป็นไปได้  โชคร้ายได้มาเยือนเรือใบสีฟ้า เขาพ่ายแพ้ให้กับหมาป่าสีส้มอย่างไม่น่าเชื่อ

บางครั้งฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ ไม่สามารถหาอะไรมาอธิบายถึงจุดผิดพลาดได้ สำหรับเป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ออกมายอมรับว่าแม้ช่องว่างของคะแนนกับทีมจ่าฝูงจะค่อนข้างห่างไปถึง 8 คะแนน แต่เขาก็ได้ออกมาแสดงความมั่นใจนะว่าแมนซิตี้จะกลับมาสู้กับลิเวอร์พูลได้อย่างสมศักดิ์ศรีแน่นอน หากลูกทีมโฟกัสไปที่ผลงานในสนาม และไม่กังวลฟอร์มก็คู่แข่งมาก ก็มีโอกาสที่จะไล่ตามได้แน่ๆ

“เส้นทางความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ” ถนนแห่งความสำเร็จ กับการเดินทางอีกยาวไกล เราต้องนำอดีตที่ผิดพลาด มาปรับปรุงแก้ไขเพื่ออนาคต “ประวัติศาสตร์ต้องไม่ซ้ำรอย”  กับสถานการณ์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูลมีคะแนนนำอยู่ถึง 7 คะแนน และมีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่พอมาพบกับแมนซิตี้ปรากฏว่าแมนซิตี้เก็บชัยชนะไปได้ แม้ว่าจะเป็นการพ่ายแพ้ครั้งเดียวในฤดูกาลที่แล้วของลิเวอร์พูล แต่มันก็ทำให้แมนซิตี้ สามารถกลับเข้ามาสู่สถานการณ์ที่เหนือกว่าลิเวอร์พูลได้ หลังจากนั้นโมเมนตัมก็เอนไปทางฝั่งของแมนซิตี้ไปโดยปริยาย จากที่เคยนำอยู่ถึง 7 คะแนนกลับมานำเหลือเพียง 1 คะแนนเท่านั้น และโดนแซงนำไปได้ในที่สุด เป็นฝ่ายของลิเวอร์พูลต้องตามถึง 1 คะแนน จน 9 นัดสุดท้าย ทั้ง 2 ทีมเก็บชัยชนะได้ทั้งหมดไม่มีใครยอมใคร… กลายเป็นลิเวอร์พูลที่เป็นผู้ตามและไม่สามารถทำลายช่องว่าง1แต้ม เจ้าปัญหานี้ไปได้เพื่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่แล้ว

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เส้นทางมันผ่านไปเพียง 8 นัดเท่านั้น จาก 38 นัด อาจจะมีช่วงที่ทีมฟอร์มขึ้นหรือฟอร์มตกบ้างนั่นเป็นปกติของทีมฟุตบอล แต่ในช่วงเวลานี้ลิเวอร์พูลอยู่ในช่วงฟอร์มขึ้นและรักษามาตรฐานได้ในสิ่งที่ควรจะเป็น ช่วงนี้แหละที่เราต้องเร่งเครื่อง และเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด เพื่อลดช่องว่างของคะแนนให้ได้มากที่สุด หากวันใดวันหนึ่ง สถานการณ์ของทีมอาจจะไม่ได้เป็นดั่งใจหวัง มันก็ทำให้เราสามารถรักษาคะแนน ที่มีอยู่ช่วงเวลานี้นำคู่แข่งให้ได้มากที่สุดและทำให้เราไม่ต้องกดดันตัวเองในช่วงท้ายฤดูกาล เก็บความเสมอต้อนเสมอปลายนี้ เพื่อสานความสำเร็จต่อไป

สำหรับแฟนบอลอย่างเราๆนะช่วงเวลานี้ ต้องเรียกได้ว่าหัวใจพองโตกันแทบทุกคน มันมีความสุขมากใช่ไหมล่ะ เป็นธรรมดาของแฟนบอลอ่ะเนอะ ที่เมื่อมีจุดจุดหนึ่งที่ทำให้เรามีความหวัง แล้วก็จะมุ่งมั่นกับความหวังนั้นเพื่อไปสู่ชัยชนะและความสำเร็จ กับความจริง และสิ่งที่มันเกิดขึ้นคือลิเวอร์พูลที่สามารถเก็บชัยชนะได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันเป็นสิ่งที่ทุกคนเฝ้าฝันและรอคอยกับการเชียร์ฟุตบอลในทีมที่เรารักสามารถเก็บชัยชนะได้ทุกๆนัด กับเสียงเชียร์และความสุขที่ได้เห็นทีมรักได้รับชัยชนะ มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เรากลับมามีโมเม้นนี้อีกครั้ง กับการที่เรียกได้เต็มปากไหมอ่ะ? … ว่าลุ้นแชมป์ หรือยังไม่ถึงเวลา แหะๆ… ก็เมื่อมีโอกาสได้ลุ้น เราก็ทำให้เต็มที่ถูกไหมคะ “เราไม่รู้ผลลัพธ์ในอนาคตหรอก แต่เรารู้ผลลัพธ์ที่มันเกิดขึ้นในตอนนี้ คือหงส์แดงไร้พ่าย 8 นัด จ่าฝูงนำ 8 แต้ม” เพียงเท่านี้ก็สุขใจ สำหรับแฟนบอลคนนึงแล้วค่ะ 😁

 

#มะนาวออฟไซด์