วันพฤหัสบดี 14 พฤศจิกายน 2019

แดงเดือดแบ่งแต้มที่ “โอลด์แทรฟฟอร์ด”

#อาถรรพ์​ในบ้านผี
ศึกแดงเดือดที่ผ่านมาเมื่อคืนวันอาทิตย์ 20 ตุลาคม แมนยูเปิดบ้าน โอลด์แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล ผลการแข่งขันเป็นการแบ่งแต้มกันไป ในสกอร์ 1-1 เชื่อว่าหลายๆคนไม่ว่าจะเป็นแฟนบอล แม้กระทั่งกูรู นักวิเคราะห์ต่างๆก็คิดว่าแมนฯยูจะเป็นรองแก่ให้ลิเวอร์พูลอย่างแน่นอน เพราะด้วยผลการแข่งขันที่ผ่านมาทั้งหมด ทั้งรูปเกม ความสามารถของนักเตะแมนฯยูในฤดูกาลนี้ ชี้ให้เห็นได้ว่า รูปเกมของแมนยูไม่สู้ดีสักเท่าไหร่ ค่อนข้างที่จะกระท่อนกระแท่นเล่นฟุตบอลไม่เป็นทรง เสมอบ้างแหละ แพ้ไม่เป็นท่าบ้างแหละ ในส่วนของทางฝั่งผู้มาเยือน…ลิเวอร์พูลที่ดูมีรูปเกมที่ดีกว่าแมนฯยูมาก อาจจะไม่ได้เพอร์เฟค สมบูรณ์แบบ​อะไรเบอร์นั้น แต่.. ตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะรวดได้ถึง 8 นัด

จนมาถึงเกมศึกแดงเดือดที่จะต้องพบคู่ปรับตลอดกาลอย่างแมนฯยู ซึ่งต้องบอกว่าก่อนเกมนั้นทางฝั่งลิเวอร์พูลในส่วนนักเตะที่ได้รับอาการบาดเจ็บก็ค่อนข้างที่จะหายดี และฟิตพร้อมลงสนามได้100%แล้ว จึงทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าลิเวอร์พูลจากการนำทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ น่าจะสามารถบุกไปเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ แต่มันไม่ง่ายเช่นนั้นเลย การมาเยือนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่โอลด์แทรฟฟอร์ดในครั้งนี้ ผิดจากการคาดหวังไว้มาก ตั้งแต่การดร็อปโม ซาล่าห์ เพราะฟิตไม่พอลงสนามแล้ว บวกกับเหล่านักเตะแมนฯยู กับรูปเกมมีการเปลี่ยนแปลงจนน่าตกใจ มันเกิดอะไรขึ้น!! กับพื้นที่ในสนามแห่งนี้ เหมือนมีอาถรรพ์!! คล็อปป์ไม่สามารถเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในโอลด์แทรฟฟอร์ดได้เลยตั้งแต่คุมทีมมา และนี่ก็เป็นอีกครั้ง ที่เจอร์เก้นคล็อปป์ทำไม่ได้ผ

ก่อนเกมที่ดูเหมือนลิเวอร์พูลจะเป็นต่อ จนเกมก็เริ่มขึ้น นักเตะแมนยูที่เราได้เห็นในเกมก่อนๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากบอลไม่มีทรง กลับกลายเป็นเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งแรก เล่นได้ดีเกินคาด โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ นำสถานการณ์เลวร้ายที่ผ่านมา กับเวลา 2 อาทิตย์หลังพักเบรกทีมชาติ ปรับปรุงแก้ไขได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เขากล้าที่จะปรับเปลี่ยนแทคติกที่ใช่กับขุมกำลังที่มี กลบจุดอ่อนของตัวเอง และเปลี่ยนจุดแข็งของคู่ต่อสู้

ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการที่ไม่มีซาล่าห์ลงสนามด้วย ทำให้แนวรับของแมนฯยู เล่นได้ง่ายมากขึ้น การหายไปของ1 ใน 3 ประสานและจะเห็นได้ชัดว่ามาใช้ดิว็อก โอริกี้ ลงแทน ไม่สามารถทดแทนกันได้เลย สำหรับนาว มองว่าโอริกี้ไม่เหมาะกับการลงสนามเป็นตัวจริง เขาเหมาะกับการเป็นซุปเปอร์​ซัพ ลงปิดท้ายโชว์ฟอร์มเทพในช่วงท้ายเกมส์น่าจะเหมาะกว่าค่ะ และในส่วนของการตัดสินที่เป็นประเด็นดราม่าอยู่ โดยเรื่องนี้ผ่านมาแล้ว และเป็นเรื่อง​ของดุลยพินิจของผู้ตัดสินเองด้วย เราก็ยอมรับคำตัดสินไม่ว่าจะพอใจหรือไม่ก็ตาม เชื่อว่าแฟนบอลทุกคน ไม่มีใครหรอกค่ะ ที่จะชอบเวลาทีมรักตนเองเสียเปรียบ ก็ต้องมีหัวร้อนกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา เนอะ

และต้องยอมรับเลยค่ะว่า การปรับกลยุทธ์ของ โอเล่กุนนาร์โซลชาร์ ในทําได้ดีขึ้นมากเลย โดนหลังจากเพรสซิ่งขึ้นสูง ได้หนึ่งประตูแล้วก็หันมาเล่นเกมรับ ถอยต่ำลงมาปิดพื้นที่ แต่ด้วยความผิดพลาดของนักเตะแมนยูเอง ทำให้เกิดลูกตีเสมอจากอดัมลัลลาน่า แมนยูเสียท่าให้กับลิเวอร์พูลอีกจนได้ ทำให้เสมอจนจบเกมส์ต้องแบ่งแต้มกันไป เข้าสู่โครงการก้าวทีละแต้ม… อีกครั้ง

สิ่งหนึ่งที่ได้เห็นจากเกมนัดนี้อาจจะพลาดสถิติเก็บชัยชนะรวดในลีก แต่เชื่ิอว่า เจอร์เก้นคล็อปป์ ได้เห็นอะไรหลายๆอย่างในเกมนัดนี้ และจะทำการบ้านหาวิธีที่จะดำเนินเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร ยามเมื่อขาด 1 ใน 3 ประสานแดนหน้าตัวเทพไป

อย่างไรก็ตามผลจากเกมนัดนี้ ลิเวอร์พูลยังเป็นจ่าฝูงอยู่โดยยังกุมความได้เปรียบเหนืิอแมนฯซิตี้อยู่ จากก่อนแข่งห่างอยู่ 8คะแนนจนตอนนี้ คะแนนนำห่างอยู่ 6 คะแนนเท่านั้น เรียกได้ว่าลิเวอร์พูลไม่ควรผิดพลาดแบบนี้บ่อยๆ ถ้าต้องการชัยชนะในการลุ้นแชมป์ต่อไป

สำหรับแดงเดือดแมทซ์นี้ ถ้าไม่ดูุแบบเน้นสกอร์ ดูจากความมันส์แล้ว ก็เรียกได้ว่าเป็นที่น่าพึงพอใจมากๆเลยค่ะ เพราะทั้งคู่เล่นได้สมกับศึกแดงเดือดจริงๆถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้เข้มข้น เดือดประทุเหมือนในอดีตที่ผ่านมา แต่เชื่อได้ว่าแฟนบอลของทั้งสองทีม กับการดูเกมในค่ำคืนนั้นเป็นเกมที่สนุกสนาน ขับเคี่ยวกันอย่างเมามันส์มาก เรียกความน่าตื่นเต้นของวันแดงเดือดขึ้นมาได้อีกครั้ง นี่แหละความมันส์ของฟุตบอลวันแดงเดือดที่ทุกคนรอคอยจริงๆ